Trans-Pacific View | Diplomacy | East Asia

918kiss คาสิโน: The Road Ahead for Taiwan-US Relations

ufa800 แจกฟรี100,อนึ่ง บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 1-5 ของ YUASAโดยในบ่ายวันเดียวกัน (2 ธ.ค.) คณะกรรมการ กทค.จะประชุมเพื่อรับรองการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ และสำนักงาน กสทช.ได้นัด TRUE รับมอบใบอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ต ในวันศุกร์ที่ 4 ธ.ค.58ปัจจัยไทย หุ้น PTTGC ราคาขยับขึ้น 1.40% มีหุ้นไทยใน MSCI Global Standard Index เพียงตัวเดียว คือ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล(PTTGC) จากทั้งหมด 32 ตัวที่ได้รับการปรับน้ำหนักขึ้น นอกนั้นถูกลดน้ำหนักหมด, นิกเกอิปิดร่วง 136.47 จุด วิตกศก.ญี่ปุ่น,หุ้นจีนร่วงราคาหุ้นบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือSISปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 4.68 บาท ลบ 0.16 บ. หรือ 3.31% สูงสุด 4.84 บาท ต่ำสุด 4.66 บาท มูลค่าการซื้อขาย 35.65 ล้านบาท แนะนำซื้อ GUNKUL โดยมีแนวรับที่ 24.50 และ 24.20 และมีแนวต้านที่ 27.00 และ 28.00 เป็นจุดขายทำกำไรTIPCO Trading แนวรับ 20.30 แนวต้าน 21.50-21.90 ตัดขาดทุน 20.00โดยเฉพาะในช่วงบ่ายของการซื้อขาย จากการปรับตัวลงของหุ้นอ้างอิง โดย DTAC ปิดตลาด -4.2% ส่งผลให้ Call DW ปรับตัวลง เช่น DTAC28C1604A -22.7% และมีแรงซื้อสุทธิกว่า 4.0 ล้านหน่วยสำหรับการจัดสรรหุ้นให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยจะใช้วิธีสุ่มคัดเลือกด้วยระบบของบริษัท เซ็ทเทรด ดอทคอม จำกัด โดยจะประกาศรายชื่อผู้จองซื้อที่ได้รับการจัดสรรที่เว็บไซต์ www.settrade.com ภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 1 ธันวาคม 2558 คาดว่าหุ้นของ SPRC จะทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 8 ธันวาคม 2558 นี้ ภายใต้หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค โดยมีชื่อย่อในการซื้อขายว่า SPRC ,ขณะที่สหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) และสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.6 จาก 53.1 ในเดือนต.ค. โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคบริการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า และหากดัชนีปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 จุดก็จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวส่วนปัจจัยที่มองว่าจะกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้คือ ตัวเลขการส่งออกในเดือนตุลาคม 2558 ลดลง 8.11% ขณะที่ช่วง 10 เดือนแรก (มกราคม-ตุลาคม 2558) การส่งออกลดลง 5.32% ทำให้แนวโน้มการส่งออกทั้งปียังอยู่ในช่วงติดลบ ประกอบกับแรงขายหุ้นในกลุ่มสื่อสารซึ่งมีมาร์เก็ตแคปสูงกดดันดัชนีตลาดอีกทางหนึ่งนอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากต่างประเทศคือ FED ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 15 16 ธันวาคมนี้ อีกทั้งสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากเครื่องบินของรัสเซียถูกตุรกียิงตกใกล้ชายแดนซีเรียบริษัทยังคงมีสภาพคล่องที่ดี โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเงินสดอยู่จำนวน 4,899 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมเงินจำนวน 1,446 ล้านบาทที่ต้องสำรองไว้ตามเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานที่ได้รับจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังถือหุ้น 25.31% ในบริษัท ซี. เค. พาวเวอร์ ซึ่งมีมูลค่า 4,589 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 ด้วย TWZ เซ็นตั้งผู้รับเหมาลุยโครงการ เดอะ เพเซอร์ พัทยา คาดแล้วเสร็จก.พ.60ดังนั้น บริษัทจึงจัดแคมเปญ สุข 2 ต่อ มอบส่วนลดและของแถมสุดพิเศษมากมาย อาทิ ส่วนลดเงินสด บัตรกำนัลเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ จาก 53 โครงการที่อยู่อาศัย ของควอลิตี้เฮ้าส์และบริษัทในเครือ โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว และมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าเพิ่มอีกขั้น,นักวิเคราะห์กล่าวว่า การปรับตัวลงของตลาดมีแนวโน้มจะเป็นผลมาจากแรงเทขายทำกำไรก่อนสุดสัปดาห์ ,SCN ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มมีจังหวะฟื้นตัว ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Morning Star สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ตัด ADX ชี้ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรตามการฟื้นตัว มีแนวต้านแรกที่ 8.40 บาท และมีเป้าหมายถัดไปที่ 8.90 บาททั้งนี้แม้บริษัทจะขายหุ้นของ TPCH ออกไปบางส่วน แต่ยังคงมีอำนาจในการควบคุมการบริหารงานของ TPCH และมีนโยบายรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของ TPCH ไว้ไม่ต่ำกว่า 40% เนื่องจากมองเห็นศักยภาพในธุรกิจของ TPCH ที่คาดว่าภายในปี 2563 จะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดกำลังการผลิตกว่า 200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ให้กับบริษัทฯในอนาคตในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งจะมีรายได้ในรูปของเงินปันผลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ。

คาดดัชนีมีโอกาสพลิกมาอยู่ในแดนบวกได้หลังจากช่วงเช้าลงไปแตะระดับแนวรับสำคัญที่ 1,354 จุด แต่อาจจะยังไม่สามารถยืนระยะได้เนื่องจากตลาดยังคงขาดปัจจัยบวกใหม่ๆเข้ามา รวมถึงยังมีแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่ม ICT อยู่ ดังนั้นการลงทุนยังคงเน้นการลงทุนในหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัวหรือที่มีประเด็นบวกรออยู่ในช่วงอันใกล้นี้แทนอย่างเช่นหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หรือหุ้นกลุ่มอาหารเป็นต้นสรุปหุ้น10อันดับแรกที่มีผลดันดัชนีเช้านี้ (1 ธ.ค.) BA มั่นใจปี 58 กำไรทำนิวไฮรายได้โต 10%ปี 59 รายได้คาดโต 10-15% ,ทั้งนี้แม้บริษัทจะขายหุ้นของ TPCH ออกไปบางส่วน แต่ยังคงมีอำนาจในการควบคุมการบริหารงานของ TPCH และมีนโยบายรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของ TPCH ไว้ไม่ต่ำกว่า 40% เนื่องจากมองเห็นศักยภาพในธุรกิจของ TPCH ที่คาดว่าภายในปี 2563 จะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดกำลังการผลิตกว่า 200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ให้กับบริษัทฯในอนาคตในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งจะมีรายได้ในรูปของเงินปันผลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ฮั่งเส็งปิดเช้าพุ่ง 362.60 จุด ขานรับ PMI จีนด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนลบ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากจีนที่มีกระแสข่าวออกมาว่า กลต.จีนได้เข้าตรวจสอบโบรกเกอร์หลายรายในจีนในกรณีการละเมิดกฎด้านหลักทรัพย์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงหนัก และทำให้ตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ ปรับตัวลงตาม ส่วนตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลงไปมากในช่วงผ่านที่มาแล้ว ดังนั้นวันนี้จึงไม่ได้ปรับตัวลงมากนัก,แนะนำซื้อ ราคาสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญ 2.00 บาทได้ต่อเนื่อง พร้อมมีปริมาณการซื้อขายในสัปดาห์ที่โดดเด่น เป็นการคอนเฟิร์มแนวโน้มขาขึ้น มีโอกาสปรับขึ้นทดสอบ 2.20/2.38 บาทล่าสุดจากการที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการแจ้งให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลในส่วนนี้แล้ว ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นถือเป็นประเทศเป้าหมายที่สำคัญหนึ่งของไทย,ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย 2.70 บาท คำนวณจากมูลค่าของธุรกิจ EPC ที่ 2.2 บาท อิงค่า P/E ปี 2559 ที่ 25 เท่า และรวมมูลค่าการลงทุนของ APMC อีก 0.5 บาท อย่างไรก็ดี ราคาดังกล่าวอิงการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า เนื่องจากคาดหมายว่า TRC จะได้รับงานเหมืองโปแตซ และรับรู้รายได้ 5 พันล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิเติบโตสูง 68% จากปีก่อน แต่ถ้าหากประเมินอย่างระมัดระวังมากขึ้นด้วยการรับรู้รายได้ลดลงเป็น 3 พันล้านบาท ราคาเป้าหมายในปีหน้าจะลดลงเหลือ 2.3 บาท、casino 777 apk、นอกจากนี้บริษัทฯวางงบลงทุนราว 2,000 ล้านบาทในปีหน้า แบ่งเป็น 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงสนามบินสมุย รองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างราว 2 ปี และจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 2/59 ซึ่งบริษัทฯได้ประมาณการจำนวนผู้โดยสารในช่วง 15-20 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านคน รวมถึงใช้ซื้อเครื่องบินเข้ามาเพิ่มอีกจำนวน 3-4 ลำในปี 59 จากในช่วงที่เหลือของปี 58 บริษัทฯเตรียมรับมอบเครื่องบินใหม่อีกจำนวน 3 ลำ ซึ่งจะทำให้สิ้นปีนี้มีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 33 ลำ ประกอบกับในปี 59 บริษัทฯมีแผนที่จะเพิ่มพันธมิตรเที่ยวบินร่วม (CODE SHARE) อีก 4 สายการบิน โดย 1 ในนั้นจะมีสายการบิน Korean Air ด้วย จากปัจจุบันมีพันธมิตรเที่ยวบินร่วมแล้วจำนวน 20 สายการบิน ขณะที่นักลงทุนจับตาดูการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า กลุ่มโอเปกจะคงโควต้าการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิมที่ 30 ล้านบาร์เรล/วันในการประชุมครั้งนี้ทั้งนี้ ข้อมูลการซื้อขาย DW28 ณ สิ้นวัน พบว่า นักลงทุนซื้อสุทธิ CPAL28C1604A 5.8 ล้านหน่วย PTTG28C1602A 5.4 ล้านหน่วย และ DTAC28C1604A 4.0 ล้านหน่วย และมีแรงขายสุทธิใน IVL28C1604A 18.7 ล้านหน่วย S5028C1512A 1.4 ล้านหน่วย WHA28C1602A 1.4 ล้านหน่วยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ต.ค.58 หดตัว -4.2% อยู่ที่ 106.85 จาก 108.19 ในเดือน ก.ย.57 โดยคาดการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 58 ขยายตัวในช่วง -0.5 ถึง 0.5% ก่อนขยายตัว 2-3% ในปี 59 4.16 4.28ส่วนการเปิดจุดบินไหม่ คาดเปิดเที่ยวบินที่อินเดีย จำนวน 2 เมือง และจะเพิ่มความถี่เที่ยวบิน จากฐานปฏิบัติการบินหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง โดยปัจจุบันมี 5 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต ดอนเมือง กระบี่ และอู่ตะเภา ธ.กลางออสเตรเลียมีมติคงดอกเบี้ยที่ 2% หลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว。

Increased U.S. support has raised hopes in Taiwan – and some of those expectations may be difficult for Washington to meet.

The Road Ahead for Taiwan-US Relations
Credit: Depositphotos

One of President Joe Biden’s achievements in restoring U.S. leadership in Asia has been in Taiwan, which was staunchly pro-Trump. But while Biden has executed a great turnaround in winning over the Taiwanese, that doesn’t mean that it’s an easy road ahead.

There are both bilateral and wider issues that mean that Taiwan-U.S. relations will remain challenging for the the next three and half years.

Bilaterally, there are issues around trade and industry policy. Taiwan would like to develop formal economic ties – which might open the door for other countries to follow. While the Biden administration has responded to Taiwan’s requests to restart economic dialogue under the Trade and Investment Framework Agreement (TIFA), a trade agreement will be harder for a Democratic administration that has to focus on the U.S. economy first. The results of Taiwan’s referendum on U.S. pork imports may be a factor as well.

Industry policy around semiconductors will also be an area of tension. With the United States focusing on securing supply chains and reshoring jobs, there will be pressure on Taiwanese companies to relocate more factories. Taiwan may placate the U.S. by moving some, but it will not want to give away areas like research and development. Taiwan sees its global importance in semiconductors as a bargaining chip in its favour. But with China-U.S. tech competition, there is the danger that Taiwan will be caught in the crossfire.

More broadly, there is a danger that increases in U.S. support – such as in arms sales, diplomatic contact, or vaccines – will lead to heightened expectations from Taiwan. According to one Taiwanese policymaker, “If you give more hope there will be more disappointment in the future.” This is rooted in Taiwanese fear and anxiety: “When the U.S. is willing to offer more support, we fear the support to be temporary and conditional, and seek more and stronger U.S. commitments.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Some of the raised expectations may be difficult for the United States to meet.

On the security side, there are demands to help Taiwan build a next generation military, including consistent arms sales (of the right type and at a cost that Taiwan can afford), covert or overt military exchanges, and even joint military exercises. And among some there is an expectation that the United States will help Taiwan improve its defense effectiveness, even push for reform in Taiwan’s military.

On the diplomatic side, there will continue to be a desire for high-level contact to normalize the relationship and support for Taiwan’s international participation, such as in the World Health Assembly. One specific test will be Biden’s Summit for Democracy, a campaign promise, which looks like it may be held in 2022. Finding a way to include Taiwan – one of only seven societies in Asia rated as free by Freedom House – is crucial. This means that it cannot just be a summit of states.

The wider issue is how the United States will respond to Chinese pushback whenever and however it occurs. China has continued to ramp up pressure on Taiwan with incremental increases, such as a record incursion of Chinese planes into Taiwan’s air defense zone following the G-7 Summit. The question is whether there will be a change in the type of pressure, rather than in intensity. If China does change tactics, how will the United States respond?

There has been sufficient discussion around whether the U.S. will end its position of strategic ambiguity that it has raised expectations. Asia policy czar Kurt Campbell’s recent comment that the United States does not support Taiwanese independence – a statement of the official U.S. position – was greeted with some unhappiness among the Taiwanese public. The leadership of the governing Democratic Progressive Party knows that the United States will not support de jure independence; its political challenge is managing supporters’ expectations given the reality that the best on offer is U.S. friendship and partnership.

One of the Biden administration’s achievements is that it has internationalized Taiwan’s security by building support among U.S. partners and allies. Peace and security in the Taiwan Strait have been mentioned — for the first time — at the G-7,?Japan-U.S.,?South Korea-U.S.?and?Australia-Japan?summits. In Taiwan, there is support for what’s seen as a grand strategy of maneuvering a power network to constrain China. But the downside of getting more countries involved means the need to spend more time to build consensus. Some wonder if the United States has time to build such coalitions given China’s rapid rise, particularly as internationalization is likely to increase the chance of Chinese pushback.

The final test for the Biden administration will be Taiwan’s presidential election in January 2024, ahead of the U.S. presidential election in November. A term-limited Tsai will not be able to run again. If the DPP is returned to power, this may be the trigger for a cross-strait crisis. If the opposition Kuomintang is elected, the United States will have to decide how to interpret this. From the KMT side, an important part of the relationship is that the U.S. understands that any thaw in cross-strait relations need not be seen as a betrayal of U.S. interests.

Whoever is in the Presidential Office and the White House, there remain fundamental challenges in Taiwan-U.S. relations. Because increased support will heighten expectations, any honeymoon will always be short. Maintaining the positive views he has built up in Taiwan will be a continuing challenge for Biden.