The Debate

คา สิ โน ออนไลน์ เครดิต ฟรี 20211️⃣M98: Politics and Climate Change

เกมส์ สล็อต มือ ถือ,CENTEL (BUY:[email protected]) : ช่วง 2Q58 คาดกำไรโตเด่น 483%YoY จากฐานปีก่อนที่ต่ำจากปัญหาการเมืองและการฟื้นตัวที่ดีของธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟ ขณะที่ช่วง 2H58 คาดสดใสต่อเนื่องจากสัญญาณบวกต่อเนื่องในธุรกิจโรงแรมและการรับรู้ยอดขายร้านอาหารใหม่ โดยปี 58 คาดกำไรปกติโต 69%YoY + มี Upside 21% จึงแนะนำ ซื้อ 。 SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,432-1,440 จุด ก่อนปิดภาคเช้าทีระดับ 1,439.78 จุด -0.34 จุด (-0.02%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 15,833.46 ลบ.โดยดัชนีหลักทรัพย์ปรับตัวลงในระหว่างวันก่อนที่จะพลิกกลับมาในช่วงบ่ายและปิดในแดนบวกได้สำเร็จ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเทรด SET50 DW หนาแน่นทั้ง Call และ Put ตัวอย่าง DW28 ที่เกียวข้อง เช่น S5028C1509C และ S5028P1509C เป็นต้น ส่วนทางด้านการซื้อขาย DW บนหุ้นรายตัว นักลงทุนยังคงโฟกัสหุ้นอ้างอิงเดิมๆที่ได้รับความสนใจมาก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเช่น ITD28C1512A TPIP28C1510A เป็นต้น Res 48.50-52.00 / Sup 46.00ขณะที่นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.ค.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ หลังจากที่ตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. จากระดับ 254,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2008 จาก 5.5% ในเดือนพ.ค.แถลงการณ์ระบุว่า ความเสี่ยงอยู่ในระดับใกล้เคียงภาวะสมดุล ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหม่ มากกว่าการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่เฟดจะไม่มีการประชุมนโยบายการเงินในเดือนหน้า โดยการประชุมครั้งต่อไปจะเป็นวันที่ 16-17 ก.ย. ซึ่งหมายความว่าเฟดมีเวลาอีกราว 2 เดือนในการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ก่อนที่จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย (+/-) ดัชนี PMI ภาคการผลิตจีน (1 ส.ค.) จีนจะรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตจีนเดือนก.ค.58 โดย Bloomberg คาดลดลงแตะ 50.1 จาก 50.2 นอกจากนี้ จับตาทางการจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่หลังเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอนอกจากนี้ DW บนหุ้นรายตัวบางรุ่นยังเคลื่อนไหวโดดเด่น เช่น Call DW บนหุ้น SCC โดยราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น +1.2% หลังจากที่ผู้บริหารให้มุมมองเชิงบวกต่อราคาหุ้น SCC และส่งผลให้ Call DW ปรับตัวขึ้นตาม ตัวอย่างเช่น SCC28C1510A +11.1% นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อขายใน DW บนหุ้นขนาดกลางและเล็ก เช่น QH28C1512A ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น +23.1% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7% ขณะที่ Call DW ในหุ้นกลุ่มธนาคาร ปรับตัวลงตามหุ้นอ้างอิง เช่น KBAN28C1511A -8.0% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -0.9% และ BBL28C1510A -9.1% เทียบกับหุ้นอ้างอิงปรับตัวลดลง 1.52%สำหรับแผนงานที่กำหนดไว้ในปีนี้จะมีการเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 5 โครงการ รวมมูลค่า 2,000-3,000 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 3-4 โครงการทั้งคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์และไฮไรซ์ ขณะที่ครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 1-2 โครงการ ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์มูลค่าโครงการราว 400-500 ล้านบาท เป็นอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 70-80 ยูนิต, ซื้อ กลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มเป็น กลุ่มนำ การ Rebound ของ SET、pkk123 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618、โดยผู้โดยสารสามารถใช้บริการอินเตอร์เน็ตได้ฟรีและต่อเนื่องขณะเดินทาง ซึ่ง ON WiFi จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานนักเรียนและนักศึกษาที่นิยมใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต นอกเหนือจากการตอบสนองความต้องการที่จะเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ของผู้บริโภคแล้ว ระบบ ON WiFi ยังช่วยให้นักการตลาดสามารถวัดผลผู้ใช้บริการและผลการลงทุนโฆษณาแคมเปญต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ซื้อที่ดินรวมไม่เกิน 180 ไร่ มูลค่าไม่เกิน 1,327.14 ล้านบาท จาก MILL โดยที่ดินตั้งอยู่อ.บ้างแลง จ.ระยอง ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่ตั้งโครงการลงทุนใหม่ ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทให้ทำโครงการโรงงานเพื่อผลิตและจำหน่ายลวดแรงดึงสูงชั้นคุณภาพพิเศษ มูลค่ารวมไม่เกิน 701 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าที่ดินบางส่วนเป็นจำนวน 40 ไร่ มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาทด้วยในแถลงการณ์หลังการประชุม เฟดได้ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลางในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ภาคครัวเรือนมีการขยายตัว ส่วนภาคที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ เฟดยังระบุว่าตลาดแรงงานได้ปรับตัวขึ้น โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราการว่างงานได้ลดต่ำลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายในระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงการดิ่งลงของราคาพลังงาน ซื้อ โดยมีเป้าหมายเก็งกำไรระยะสั้น 4.22 บาท และตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 3.90 บาทกลุ่มธนาคาร เริ่มกลับมาแข็งแกร่งกว่า SET เป็นสัปดาห์แรก ซื้อ KBANK KTB และ TMB: NPLs ที่เร่งตัวขึ้น และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ กดดันหุ้นกลุ่มธนาคารตั้งแต่ เม.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้ Valuation ในเชิง PBV ปัจจุบันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ~20% หรือ ค่าเฉลี่ย PBV ในอดีต 1Standard Deviation แล้วขณะที่ในทางเทคนิคหุ้นกลุ่มธนาคาร (SET Bank) เริ่มมีสัญญาณแข็งแกร่งกว่า SET เป็นสัปดาห์แรก ทำให้กลุ่มธนาคารมีแนวโน้มเป็นหุ้น กลุ่มนำ การ Rebound ของ SET โดยแนะนำ ซื้อ KBANK (ต้าน 182/190), KTB (ต้าน 17.50), TMB (ต้าน 2.42), และ SCB (ต้าน 157) ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับผลประชุมเฟดคริส โลว์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่เอฟทีเอ็น ไฟแนนเชียล ระบุว่า แถลงการณ์เฟดแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลเศรษฐกิจในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาผลักดันเฟดให้ขยับเข้าใกล้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอีกนิด แต่ขณะเดียวกันเฟดก็ยังรอดูข่าวดีมากกว่านี้ก่อนที่จะมีการตัดสินใจอย่างชัดเจน Energy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 18000 และมีแนวต้านที่ 18700 ในขณะที่แนวรับของกรอบแนวโน้มขาลงอยู่ที่ 17500 อย่าลืม! ลงทะเบียนซิมเติมเงินวันสุดท้ายก่อนโทรออกไม่ได้ด้านเทคนิค บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ (3 ส.ค.)BEAUTY แนะนำ ซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน แนวรับ 4.20 จุด แนวต้าน 4.40 จุด ตัดขาดทุน 4.10 บาทราคาหุ้นปิดเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน มีวอลุ่มเด่น 3 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรได้แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 58 ยังคงสดใสต่อเนื่อง ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2015 เติบโตโดดเด่น 47.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่มีโอกาสที่จะปรับประมาณขึ้น และเป็น Top Pick ของกลุ่ม。

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า ซาอุดิอาระเบียกำลังพูดคุยเกี่ยวกับการลดการผลิตในช่วงสิ้นฤดูร้อนนี้ ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาผลการประชุมระยะเวลา 2 วันของธนาคารกลางสหรัฐ และแถลงการณ์หลังการประชุม ซึ่งมีการเปิดเผยภายหลังตลาดน้ำมันปิดการซื้อขายในวันพุธ โดยนักลงทุนรอดูว่าเฟดจะส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้นหรือไม่เกี่ยวกับกำหนดเวลาในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย คิง พาวเวอร์ ซื้อบิ๊กล็อต RS จำนวน 94 ล้านหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่สำหรับอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 0.4% สู่ระดับ 95.1% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวขณะที่การผลิตน้ำมันดิบลดลง 145,000 บาร์เรล สู่ระดับ 9.413 ล้านบาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้วทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ต่างพุ่งขึ้นกว่า 1 ดอลลาร์ หลัง EIA เผยรายงานดังกล่าว แต่ปรับลงในเวลาต่อมา เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนตามแผนลักษณะธุรกิจที่ครบวงจรมากขึ้น: การเข้าซื้อกิจการของ Hemaraj ทำให้สถานะทางการตลาดของ WHA ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยเป็นผู้นำทั้งในด้านการพัฒนาคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าให้เช่าที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Built-to-Suit) และการพัฒนาและขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ขนาดของธุรกิจของ WHA ในด้านรายได้ (ไม่รวมรายได้จากการขายสินทรัพย์ให้เช่าของ Hemaraj แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) น่าจะเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 1.3 หมื่นล้านบาทถึง 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปีในปี 2558 2560 จากระดับต่ำกว่า 5 พันล้านบาทในปี 2557 สัดส่วนของรายได้ประจำที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ (ไม่รวมส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจากบริษัทร่วมของ Hemaraj ในธุรกิจไฟฟ้า) ก็น่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 25 ของรายได้รวมจากประมาณร้อยละ 10 ก่อนการเข้าซื้อกิจการ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้จากการให้บริการสาธารณูปโภคแก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมของ Hemaraj,บล.เออีซี แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 45.00 บาท/หุ้นช่วงครึ่งหลังปี 58 คาดกำไรยังโตสดใสจากปีก่อนเพราะนอกจากปีก่อนจะมีฐานกำไรต่ำจากธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบหนักจากปัญหาการเมือง ภายใต้สถานการณ์การเมืองไทยที่นิ่งและการไหลเข้ามาเที่ยวไทยของชาวจีน ทำให้ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมยังมี Sentiment บวกต่อเนื่องนายสุริยน เปิดเผยว่า ใรนปีนี้บริษัทยังไม่มีเป้าหมายในการซื้อที่ดินเพิ่ม แต่หากมีที่ดินที่ราคาเหมาะสมก็สามารถเพิ่มงบลงทุนได้ โดยเฉพาะหากเป็นทำเลแนวรถไฟฟ้าหรือย่านใจกลางเมือง(CBD)ก็ดี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทยังมีที่ดินเปล่ารองรับการพัฒนาโครงการในช่วง 1-2 ปีนี้ยังเพียงพอแนวรับ 31.75-32.25 บาท,ส่วนแนวโน้มการลงทุนสัปดาห์หน้า เชื่อว่าตลาดอาจยังคงดีดตัวขึ้นทางเทคนิค แต่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งนักลงทุนยังรอดูปัจจัยทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ ทั้งการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และธนาคารกลางอังกฤษที่จะเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ในวันที่ 5 ส.ค.58 ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม3. นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการ,BEUATYซื้อ เมื่อทะลุด่าน 4.28 ระหว่างวัน เพื่อลุ้นฝ่าด่าน 4.38 และ 4.50 ขึ้นต่อไป สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่นักลงทุนจับตาและจะมีการเปิดเผยคืนนี้ตามเวลาไทย ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐเดือนก.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.TMB แนวโน้มขึ้นทดสอบ 2.44 และ 2.52 2.32 / 2.30 2.40 / 2.44SUPER แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน DEMCO 12.20 ค่อยๆ เดินหน้าหลังเกิดสัญญาณซื้อในเขต Oversold ของ Modi. Sto. คาดได้เวลาฟื้นตัว เก็งกำไร แนวรับ 11.90 แนวต้าน 12.80, 13.30 cut loss 11.70 บ.การส่งออกสินค้าและบริการที่แท้จริงหดตัวลง ซึ่งรวมถึงการร่วงลง 13.9% ของการส่งออกในเดือนมิ.ย. โดยสะท้อนถึงการปรับตัวขาลงของอุปสงค์จากต่างชาติในด้านอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์และเครื่องจักรกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มเป็นหุ้นกลุ่มนำตลาด ขณะที่ ซื้อ SCC INTUCH ต่อไป ,แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (4 ส.ค.) คาดว่าตลาดจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway-up พร้อมให้แนวรับ 1,431-1,427 จุด ส่วนแนวต้าน 1,449-1,454 จุดทั้งนี้ การเจรจาในครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่รัฐสภากรีซได้ให้การอนุมัติต่อมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ 2 ฉบับเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษี, เงินบำเหน็จบำนาญ, การธนาคาร และกระบวนการยุติธรรม โดยการเจรจาดังกล่าวจะปูทางให้กรีซได้รับเงินช่วยเหลือวงเงิน 8.6 หมื่นล้านยูโรเป็นเวลา 3 ปี。

Newt Gingrich and Mitt Romney seems to have cooled on climate change. Do they mean what they say, or said?

Earlier this month, the Doomsday Clock – popularized by the graphic novel Watchmen – was moved a minute closer to midnight, leaving it set at five minutes to midnight, or “Doomsday.”

This isn’t the closest it has been (that was back in 1953, when the United States and Soviet Union tested thermonuclear devices and the clock was set at 11:58 pm). But at a time of growing international concern over Iran’s nuclear program – and the announcement by Iran that it won’t “grin and bear” newly tightened sanctions and the EU decision to ban the import of Iranian oil – the decision to move the clock is interesting.

What is also interesting, though, is that Iran wasn’t one of the biggest factors driving the latest change. Earlier today, I spoke with Kennette Benedict, executive director of the Bulletin of the Atomic Scientists, the magazine established by Manhattan Project scientists in 1945 that created the Doomsday Clock.

The full transcript from my interview with her will be available online later this week for Diplomat Brief newsletter subscribers, but two of the issues she said were of most concern were the failure of the United States and Russia to significantly reduce their nuclear arsenals, and climate change.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Climate change hasn’t always been a factor in setting the clock’s hands, but was introduced as a consideration in 2007.

“As we consulted with climate scientists and others we began to understand the enormity that the world faces in disruption of climate, and the possibility that we might get to the point of runaway climate change,” she told me.

“We’re mindful of the coming fresh water scarcity, and the possibility of wars being fought over them – wars with nuclear weapons.”

Two nuclear-armed states that she may well have had in mind are India and Pakistan. The Economist ran a sobering piece in November noting that the head of Pakistan’s armed forces, Gen. Ashfaq Kayani, has cited water as justification for his “India-centric” military posture.

“Others take it further. ‘Water is the latest battle cry for jihadis,’ says B.G. Verghese, an Indian writer,” The Economist reported. “‘They shout that water must flow, or blood must flow.’ Lashkar-e-Taiba, a Pakistani terror group, likes to threaten to blow up India’s dams. Last year a Pakistani extremist, Abdur Rehman Makki, told a rally that if India were to ‘block Pakistan’s waters, we will let loose a river of blood.’”

As I suggested at the weekend, one of the foreign policy yardsticks for measuring the seriousness of the Republican presidential candidates could be their position on climate change. Jon Huntsman, for example, took a brave stand last year in saying he trusted climate scientists. (Former?) frontrunner Mitt Romney, meanwhile, had a sounder record as Massachusetts than he than he now wants to take credit for.

Which brings me to the other front runner – Newt Gingrich.

“It’s no secret that Republican presidential contender Newt Gingrich has had a soft spot for climate change in the past,” Mother Jones notes. “He sat on a couch with Nancy Pelosi talking about how we can all work together to solve global warming. He even wrote a book about our collective obligation to care for the planet, the sequel to which is currently in the works.”

Sadly, Gingrich appears to himself have developed a case of the flip-flops. Fast forward a few years to the Iowa caucus campaign and he was keen to reassure gathered voters that global warming “hasn’t been totally proven” and that even if it were, he would still oppose a cap-and-trade solution to combat carbon emissions.

You’d hope that with two nuclear-armed rivals breathing down each other’s parched throats, that a candidate for the most powerful office in the world might have a strong enough incentive not to downplay the challenge global warming poses to international security.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This is one of those cases where voters should hope the politician doesn’t actually mean what he says.