China, What's Next?

payslot691️⃣LOOK618: China’s Challenges: Environment

เข้า เกม สล็อต joker1️⃣M98,รีบาวด์ต่อ หลังปิดทะลุ 1,380 จุด: (ดูรายงาน The Technical Story) SET ฟื้นตัวต่อเนื่องขึ้นทะลุแนวต้าน 1,380 จุด วันนี้มีลุ้นขึ้นต่อโดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,403 และ 1,418 จุด วานนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อทั้งตลาดหุ้นและอนุพันธ์กว่า 1,210 ล้านบาท และ 11,179 สัญญา ตามลำดับ หลังตลาดคาดว่าเฟดยังอาจยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตามมองว่าเป็นแรงหนุนเพียงระยะสั้น หลังเศรษฐกิจมหภาคไทยยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ รวมถึงผลประกอบการ Q3 ของกลุ่มธนาคารยังคาดชะลอตัวระดับราคาได้ฟื้นตัวขึ้นจาก Double Bottom ที่แข็งแกร่งมากโดยจะมีแนวต้านแรกที่บริเวณ 78.00 บาทและแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 84.00ขณะที่ ความคาดหวังในอนาคตโดยภาพรวมยังดีอยู่ โดยผู้ประกอบการมีความคาดหวังมาตรการกระตุ้นภาคที่อยู่อาศัยที่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณารูปแบบที่เหมาะสม。 ส่วนความสัมพันธ์กับบริษัทโมเดิร์น รามอินทรา และบริษัท สุวรรณภูมิกรีน ทางบริษัทได้ทำหนังสือสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างบจ. รวมชัย กับบริษัท โมเดิร์น รามอินทรา และบริษัท สุวรรณภูมิกรีน กับนายชาย งามอัจฉริยะกุล อดีตกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหาร ซึ่งในปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับการชี้แจงจากนายชายแต่อย่างใดAUCT ราคาปิด : 13.20 บาทIMPACT(+) PTT PTTEP PTTGC SCC KBANK IVL DELTA TMB SCB PS IRPC BDMS TASCO TOP MINT CHG PTG ช่วงเย็นวันนี้เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนเปิดตลาดในช่วงเช้า หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงนี้ออกมาไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะยอดขาดดุลการค้าเดือนส.ค. ซึ่งถือเป็นการขาดดุลการค้ามากสุดในรอบ 5 เดือน จึงส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ “ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป” มั่นใจเทรดพรุ่งนี้ยืนเหนือจองจาก IPO 1.95 บ.สองประเด็นนี้ยังไม่พอ ประเด็นสำคัญคือรัฐเตรียมเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศขึ้นอีก 12% ซึ่งทาง EARTH บอกว่าแจ่มเลย จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นไปอีก และยังไงก็ต้องเกิด ไม่อย่างนั้นความสมดุลทางพลังงานในประเทศจะมีปัญหา ส่วนยอดขายปีนี้เป็นไปตามแผนทุกประการไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน และให้จับตาราคาถ่านหินตอนนี้เริ่มเด้งแล้วหุ้นถ่านหินกำลังจะตีกลับ ส่วนราคาประเมินเด็กแนวเล็งไว้ที่ 6.40 บาทเหมาะสมปี 58 ด้านกราฟกำลังเตรียมเด้งตัวแรงขึ้นรอบใหม่ เพราะ Stoch ออกอาการแพ้ท้องแล้ว การขึ้นนี้ลุ้นได้ถึง 5 บาทเป็นอย่างน้อยเลย แนะนำว่าซื้อแถวนี้แหละ ของกำลังถูกGUNKUL/20.00 ANAN/3.74นายสาทร โตโพธิ์ไทย ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายวิรไท สันติประภพ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายการเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เนื่องจากได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นขณะที่ปัจจัยบวกมีเพียงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น 3 มาตรการ วงเงิน 1.36 แสนล้านบาท และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50%สองประเด็นนี้ยังไม่พอ ประเด็นสำคัญคือรัฐเตรียมเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศขึ้นอีก 12% ซึ่งทาง EARTH บอกว่าแจ่มเลย จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นไปอีก และยังไงก็ต้องเกิด ไม่อย่างนั้นความสมดุลทางพลังงานในประเทศจะมีปัญหา ส่วนยอดขายปีนี้เป็นไปตามแผนทุกประการไม่น้อยกว่า 10 ล้านตัน และให้จับตาราคาถ่านหินตอนนี้เริ่มเด้งแล้วหุ้นถ่านหินกำลังจะตีกลับ ส่วนราคาประเมินเด็กแนวเล็งไว้ที่ 6.40 บาทเหมาะสมปี 58 ด้านกราฟกำลังเตรียมเด้งตัวแรงขึ้นรอบใหม่ เพราะ Stoch ออกอาการแพ้ท้องแล้ว การขึ้นนี้ลุ้นได้ถึง 5 บาทเป็นอย่างน้อยเลย แนะนำว่าซื้อแถวนี้แหละ ของกำลังถูกโดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1252 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1273 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นที่ 1.5317 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5232 ดอลลาร์สหรัฐ,WHA/3.22PTTEP Trading buy ปิด 69.75 แนวรับ 69.75-68.75 แนวต้าน 72-73 ,ยืนเหนือ 1,390 เพื่อไป 1,400SET50 Index Futures: เล็ง High 905 จุดไว้ กรณีวันนี้ปิดไม่พ้นแนวดังกล่าวให้ระวังการชะลอลงสู่ฐาน 870-885 จุดอีกรอบ ยกเว้นปิดผ่าน 905 จุด ถึงจะดึง Upside ไปต่อได้ถึง 910-917 จุด และสังเกตทิศทางค่าเงินบาทไว้เป็นอีกจุดเปลี่ยน กรณีแข็งค่าไม่พ้น 35.85 บาทระวังโอกาสกลับมาอ่อนค่าอีกระลอกขณะที่ราคาหุ้นไอพีโอที่หุ้นละ 9 บาท มีส่วนลด (ดิสเคาต์) ประมาณ 28% เมื่อเทียบกับราคายุติธรรมจากบทวิเคราะห์ (Fair Value) อยู่ที่ช่วงประมาณ 12-13 บาท ซึ่งจุดแข็งของ ORI อยู่ที่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมในเส้นทางรถไฟฟ้ามีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 20%。

ปัจจัยไทย หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 และต่ำสุดในรอบ 16 เดือน รับปัจจัยลบจาก ธปท. ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ(GDP)ไทยในปี 58 เหลือโต 2.7% จากเดิมคาดโต 3% หลังจากมองว่ามีความเสี่ยงทางเสรษฐกิจสูงขึ้นจากการส่งออกชะลอตัวรวมทั้งปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 59 เหลือ 3.7% จากคาดโต 4.1% เป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน,BRV15/1,891จุดสังเกต: กลุ่มพลังงานยังคงเป็นพระเอก วันนี้มีอิทธิพลต่อตลาดถึง 5.28 จุด สอดรับกับกลับมาของสินค้า Commodity อย่างราคาน้ำมันที่เริ่มฟื้นตัวแรงและต่อเนื่อง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1 เหรียญ มาอยู่ที่ 49.54 เหรียญต่อบาร์เรล นอกจากนั้นยังมีแรงเสริมเรื่องของการซื้อกลับ Cover Short ดังที่ฝ่ายวิจัยนำเสนอไปวานนี้ สำหรับหุ้นที่ขึ้นแรงประจำวันนี้ (7 ต.ค.) ได้แก่ส่วนข้อมูลของบริษัทผู้ซื้อสินทรัพย์จาก KC ได้แก่ บริษัท วงแหวนรอบนอก และบจ. พร็อพเพอร์ตี้ โกลด์ และ บจ.เอส.พี.ดี.19 ในแง่การมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ และผู้บริหารร่วมกันสำหรับโครงการ เค.ซี.เนเชอรัลวิลล์ร่มเกล้า 1 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวทั้งโครงการ มีจำนวนแปลงทั้งสิ้น 241 แปลง มูลค่าโครงการเฉพาะโครงการ เค.ซี.เนเชอรัลวิลล์ร่มเกล้า 1 ประมาณ 1,446 ล้านบาท (มูลค่ารวมทั้งโครงการ จำนวน 2 เฟส 1,918 ล้านบาท) มีมูลค่าต้นทุนตามบัญชี 188 ล้านบาท ด้านการขายและการโอนกรรมสิทธิ์: จำนวนแปลงทั้งโครงการ 241 แปลง โอนขายให้แก่ลูกค้าของโครงการไปแล้ว 91 แปลง คงเหลือ 150 แปลง ด้านการก่อสร้าง ในจำนวนแปลงที่คงเหลือ 150 แปลงนั้น แบ่งเป็นบ้านตัวอย่างที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ (100%) จำนวน 8 หลัง, ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จรอติดอุปกรณ์ไฟฟ้าและทาสี (มากกว่า 85%) จำนวน 3 แปลง, ก่อสร้างโครงสร้างแล้ว (55-85%) จำนวน 29 แปลง, และ ที่ดินเปล่าจำนวน 110 แปลงSET ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาถึงแนวต้านที่ระดับ 1380 จุด เราประเมินว่าในช่วงบ่าย SET น่าจะแกว่งตัวได้แคบมากขึ้น รวมทั้งน่าจะมีแรงขายทำกำไรออกมา เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ อีกทั้งแนวโน้มผลประกอบการ 3Q58 ของบริษัทฯจดทะเบียน ยังคาดว่าจะไม่สดใส ดังนั้นการลงทุนในช่วงนี้จึงเป็นการ Trading หุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว เช่น งานก่อสร้างโครงการภาครัฐ (เป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง), ค่าเงินบาทอ่อน (เป็นบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ส่งออกอาหาร), นโยบายกระตุ้นอสังหาฯ (เป็นบวกกับ Property) เป็นต้น,นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เคที ซีมิโก้ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า แนวโน้มราคาเนื้อไก่และสุกรภายในประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังราคาเนื้อไก่และสุกรได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 1/58 และได้ทยอยปรับราคาสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ปัจจัยค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงนั้น ยังช่วยหนุนศักยภาพการส่งออกเนื้อไก่สดไปยังตลาดอียูและญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ TFG สามารถแข่งขันด้านการส่งออกได้ดีขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางวัตถุดิบด้วยการมุ่งสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ที่สามารถสร้างอัตราการทำกำไรขั้นต้นที่ดี เข้ามาช่วยผลการดำเนินงานของ TFG ให้พลิกฟื้นในทิศทางที่ดีขึ้นSTOP LOSS สถานะ Long ถ้า JASZ15 ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 5.44 ลงไป。 ขณะที่โครงการ เค.ซี. คลัสเตอร์ รามอินทรา เฟส 2-จำนวนแปลงทั้งโครงการ 478 แปลง โอนขายให้แก่ลูกค้าของโครงการไปแล้ว 129 แปลง คงเหลือ 349 แปลง ซึ่งในจำนวนแปลงที่คงเหลือ 349 แปลงนั้น แบ่งเป็นบ้านก่อสร้างแล้วเสร็จรอส่งมอบ (100%) จานวน 2 หลัง, ก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จรอติดอุปกรณ์ไฟฟ้าและทาสี (มากกว่า 85%) จำนวน 36 แปลง, ก่อสร้างโครงสร้างแล้ว (55-85%) จานวน 227 แปลง, และ ที่ดินเปล่าจำนวน 84 แปลง เงินบาทช่วงบ่ายแข็งค่าอีก แตะระดับ 35.86 ,ทั้งนี้ การที่ IMF สนับสนุนการตัดสินใจของจีนนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจของ IMF ในการรวมสกุลเงินหยวนของจีนเข้าสู่ตระกร้าสกุลเงิน SDR ในเดือนพ.ย.ราคาปิด 11.90 แนวรับ 11.60,11.40-11.20 แนวต้าน 12-12.10BDMS แนะนำซื้อเก็งกำไร เกิดสัญญาณซื้อใน MACD พร้อมกับราคาสามารถกลับมายืนเหนือ EMA 15 วันได้อีกครั้ง เป็นสัญญาณดี ระยะสั้น มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ทดสอบ 20.00อีกทั้งนำเงินไปใช้สำหรับการชำระเงินกู้สถาบันการเงินเจ้าหนี้การค้า เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน สร้างความน่าเชื่อถือในการดำเนินกิจการ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขยายธุรกิจเดิมด้านการบริการในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะนำไปลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทในอนาคต,ราคาล่าสุดอยู่ที่ 51.92 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นราคาที่มากกว่า 50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง และ EIA เผยภาวะอุปทานน้ำดิบล้นตลาดอาจคลี่คลายลง ประกอบกับการหารือระหว่างซาอุดิอาระเบีย รัสเซียและผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ เกี่ยวกับประเด็นราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 14.46 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,384.40 จุด เพิ่มขึ้น 13.71 จุด หรือ 1% มูลค่าซื้อขาย 25,842.31 ล้านบาทขณะที่ มองว่าท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อโดยรวมเผชิญกับความยากลำบาก แต่ผลประกอบการของ TVT กลับมีความโดดเด่น คาดกำไรสุทธิเติบโตได้ 37.3% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 15 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 คาดรายได้รับจ้างผลิตรายการอยู่ที่ 45 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 163%จากไตรมาสก่อนช่วยหนุนโดยรายการ The Price is right ที่ออกอากาศช่วงวันจันทร์ถึงพฤหัสผ่านช่อง TRUE4U ขณะที่รายได้ค่าโฆษณารักษา Utilization Rate ได้ในระดับสูง 93% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน IVL ขายหุ้นกู้ 195 ล้านเหรียญสิงคโปร์ อายุ 10 ปี ดบ.3.73%ส่วนมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit Margin) อยู่ที่ 40% สูงที่สุดในอุตสาหกรรม และมียอดการปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ 10% ในปัจจุบัน ต่ำกว่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 20-30% อีกทั้งจากการเป็นผู้ประกอบการในการพัฒนาโครงการในทำเลใหม่ๆ ทำให้มีต้นทุนที่ดินอยู่ที่ 10% ของโครงการ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 20-30%。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’