Features | Security

ผลบอลทุกคู่เมื่อคืนนี้: Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

gclubฟรี100,คำค้นแกะรอยหุ้นเด็ด บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320,ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันมากขึ้น เนื่องจากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ได้แผ่วลง ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันอังคารและพุธนี้ทั้งนี้ นักลงทุนต่างก็จับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดที่จะเสร็จสิ้นในวันพุธนี้ ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์มองว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่แถลงการณ์หลังการประชุมของเฟดจะเป็นที่สนใจของตลาด ซึ่งคาดว่าจะมีการส่งสัญญาณถึงช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคลของงบการเงินเฉพาะของบริษัท และบริษัทย่อย ตามลำดับ และหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย และเงินสะสมอื่น ๆ ตามที่บริษัทกำหนดJAS มูลค่าการซื้อขาย 2,571.99 ล้านบาท ปิดที่ 5.50 บาท ลดลง 0.05 บาท แนวรับ 2.44 แนวต้าน 2.60 SET ปิดบวก 8 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 3.4 พันลบ.บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (TM) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแถลงข่าวแต่งตั้ง บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,424.05 จุด ลดลง 0.11 จุด หรือ 0.01% มูลค่าการซื้อขาย 37,511.71 ล้านบาท。 หุ้นแองโกล อเมริกัน ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองรายใหญ่ของยุโรป ดิ่งลง 5.7% ขณะที่หุ้น BASF ซึ่งเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ ร่วงลง 5.7% หลังจากบริษัทปรับลดเป้าหมายอดขายและผลกำไรในปีนี้, หุ้นบีพี ปรับตัวลง 1.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้อยู่ที่ 1.23 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีที่แล้วที่ระดับ 2.39 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากการร่วงลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันได้ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัท ไทย-กัมพูชา บรรลุข้อตกลงรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อส่งออกระหว่างกันแล้วอันดับเครดิตภายในประเทศของ ICBCTL นั้นอยู่ในระดับเดียวกันอันดับเครดิตภายในประเทศของ ICBCT เนื่องจากฟิทช์มองว่า ICBCTL เป็นบริษัทลูกหลัก (core subsidiary) ของ ICBCT โดย ICBCTL มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ของธนาคารและมีสัดส่วนสินเชื่อคิดเป็น 30 % ของสินเชื่อรวมของ ICBCT และมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 44% ของรายได้รวมในครึ่งแรกของปี 2558 ,ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เตือนผู้ถือหุ้น SUPER ให้ศึกษาข้อมูลการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ และใช้สิทธิในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น วันที่ 30 ต.ค.นี้ หลัง IFA เห็นว่าผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ 2 คือ การลงทุนในบริษัท พาวเวอร์ เทคโนโลยี อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด (PTI) และบริษัท เอ็นเนอร์จี เซิฟ จำกัด (ESERVE) เนื่องจากมูลค่ายุติธรรมของหุ้นทั้งสองบริษัทต่ำกว่า ราคาซื้อขณะที่เช้าวันนี้ (27 ต.ค.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เตือนผู้ถือหุ้น SUPER จากกรณีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เห็นว่าผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติให้บริษัทลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่ง เนื่องจากราคาประเมินมูลค่าที่เหมาะสมต่ำกว่าราคาซื้อ โดยตลท.ขอให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลในรายงานความเห็นของ IFA อย่างรอบคอบ และขอให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ SUPER โดยพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 30 ตุลาคม 2558อนึ่ง ราคาหุ้น PRAKIT ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.58 ที่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 16.20 บาท ปรับตัวขึ้น3.70 บาท หรือ 29.60% ขณะที่วานนี้ (26 ต.ค.) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 2.90 บาท หรือ 17.90% มาที่ระดับ 19.10 บาทDCC (TP4.5): Support 3.9/3.8 Resistant 4.02/4.12บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPC ระบุว่า บริษัทนวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) จำกัด (NPISB) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TPC ถือหุ้นทั้งหมด ได้เข้าร่วมทุนกับ Eliza Co., Ltd. ประเทศกัมพูชา จัดตั้งบริษัท Nawaplastic (Cambodia) Co., Ltd. ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลิตท่อและข้อต่อในประเทศกัมพูชา โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60 และ 40 ตามลาดับ ซึ่งเป็นผลให้ Nawaplastic (Cambodia) Co., Ltd. เป็นบริษัทย่อยของ TPC ด้วย ,ส่วนดีลเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) ในช่วงที่เหลือของปีที่จะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯนั้นไม่มีแล้ว เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้นำ IPO จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดแล้ว 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัทสแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN, บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท ธุรกิจพีวีซีรุ่ง TPC โชว์งบ Q3/58 โตกว่า 70%แนวโน้มภาคบ่าย: แกว่งตัวในกรอบจำกัด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อก้าวไปสู่แนวปฏิบัติที่ดีเลิศแล้วก็ตาม หากแต่ยังคงมีความท้าทายในเรื่องการแก้ไขปัญหาล้มละลาย การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และการจดทะเบียนทรัพย์สิน ตัวอย่างเรื่องการจดทะเบียนทรัพย์สิน ผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกใช้เวลาเฉลี่ย 74 วันในการถ่ายโอนทรัพย์สินเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกที่ใช้เวลา 48 วัน บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ณ เวลา 10.55 น. อยู่ที่ระดับ 10.60 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 2.91% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 15.02 ล้านบาท ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นรอบใหม่หลังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/58 จะสูงสุดของปี นายกฯ แนะ THAI ปรับฝ่ายบริหารให้เหมาะสม-อย่ามุ่งแก้ปัญหาจนท.ปฏิบัติการมากเกินไปด้านกระทรวงการคลัง เสนอมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีรัษฎากร (ฉบับที่ ) พ.ศ . และเสนอมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริจาคให้แก่งานวัฒนธรรมและพัฒนาการเรียนรู้ รายงานผลการพิจารณาขอจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนคระกรรการกลั่นกรองการจัดตั้งทุนหมุนเวียน พร้อมกับเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ) พ.ศ. 。

กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดยังแกว่งแคบต่อ ในช่วงกรอบ 1420-1430 จุด ส่วนช่วงนี้ เรามองแนวรับระยะสั้นที่ 1420 จุด ซึ่งคาดหากไม่ต่ำกว่า SET จะปรับขึ้นได้ต่อแล้ว หลังพักตัวระยะสั้นแบบ Sideway กว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขึ้นผ่าน 1430 จุดได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น และมีแนวต้านถัดไปที่ 1440 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ ซื้อขายเก็งกำไร ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ GENCO (รับ 1.80 ต้าน 2.10 Cut 1.75) และ THANI (รับ 2.98 ต้าน 3.20 Cut 2.90)ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวที่มีกำไรลดลง สาเหตุหลักมากจากรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนตามราคาขายในตลาดที่ปรับตัวลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวขึ้น , มาตรการดังกล่าวนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ SMEs ให้มีศักยภาพ และสามารถส่งต่อเพื่อขอรับการสนับสนุนสินเชื่อต่อสถาบันการเงินได้ทันภายในเดือน ธ.ค.58 เพื่อให้ SMEs สามารถดำเนินธุรกิจได้ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว และมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยใช้งบประมาณราว 5 พันล้านบาท ช่วยเหลือ SMEs ได้ราว 1 แสนคน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวดังนั้น บริษัทจึงมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุนที่อยู่ระหว่างการพัฒนารวม 1,036.5 เมกะวัตต์เทียบเท่า แบ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน 939.3 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 255 ตันต่อชั่วโมง และ โซลาร์ 51.7 เมกะวัตต์ อนึ่งก่อนหน้านี้ บริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด ในฐานะ IFA ให้ความเห็นต่อผู้ถือหุ้นของ SUPER ว่าไม่ควรอนุมัติการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำนวน 2 รายการ จากทั้งหมด 5 รายการ ได้แก่ การลงทุนในบริษัท พาวเวอร์ เทคโนโลยี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PTI) และบริษัท เอ็นเนอร์จี เซิฟ จำกัด (ESERVE) ซึ่งลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 49 และร้อยละ 51 ตามลำดับ ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่ปรับตัวลง คาดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยู่ระหว่างช่วงประกาศผลประกอบการ ทำให้นักลงทุนให้น้ำหนักกับผลประกอบการหุ้นรายตัวมากกว่าปัจจัยเชิงมหภาคธุรกิจ : ธุรกิจโทรคมนาคม ผลิตและรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคม พร้อมให้บริการโทรคมนาคมครบวงจร,ขณะที่ กสทช. มีขั้นตอนการทำงานเพื่อจัดประมูลคลื่น 4G อย่างเปิดเผยตรวจสอบได้ โดยในวันประมูล กสทช.เชิญองค์กรต่างๆทั้งในและต่างประเทศร่วมสังเกตการณ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส เช่น สหภาพโทรคมนาคม (ไอทียู), คณะกรรมการต่อต้านการคอรัปชั่น, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช), ตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูต 6 ชาติ คือ นอร์เวย์, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน。 BWG Support 1.53 Resistance 1.65 / 1.72 Cut loss 1.50โดยมูลค่าเสนอซื้อดังกล่าวคำนวณจากปริมาณถ่านหินจำนวน 40 ล้านตัน ในราคาตันละ 3 เหรียญสหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยน 30.79 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่ JORC REPORT ระบุว่าเหมืองของ PT.BAPC มีปริมาณถ่านหินสำรองจำนวนไม่เกิน 76 ล้านตันนอกจากนี้ กรมที่ดินยังได้กำหนดมาตรการทางภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อจูงใจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการโอนทรัพย์สินจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นกองทรัสต์ และยกเว้นภาษีเงินได้ขอผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับในไตรมาส 3/58 บริษัทมีกำไรสุทธิ 44.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 172.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลจากกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจซื้อสื่อโฆษณาบิลบอร์ดของ MACO เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสื่อโฆษณาประเภทดังกล่าวนั้นไม่มีต้นทุนในด้านการดำเนินงานเพิ่มเติมมากนัก ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันอัตราการทำกำไรให้เติบโตได้อย่างโดดเด่น SET50 918 925 GOLD คงเป้ารายได้ปีนี้ 8 พันลบ. เตรียมเปิดโครงการแนวราบอีก 7 โครงการหุ้นเปอร์โยต์ ซีตรอง ร่วงลง 3.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายไตรมาส 3 ที่น้อยกว่าการคาดการณ์ ขณะที่ WPP ร่วงลง 2.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายที่อ่อนแรงลงในตลาดอังกฤษ}หุ้นดอยช์แบงก์ ร่วงลง 1.4% หลังจากไฟแนนเชียล ไทมส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังตรวจสอบกรณีการฟอกเงินของธุรกิจในรัสเซียของดอยช์แบงก์สุดคุ้ม 2 ลดบวกรับเพิ่ม สูงสุด 33% ด้วยบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่าแพลทินัม และบัตรเครดิตกรุงศรี ต่อที่ 1 ลดเยอะ ผ่อนนาน รับส่วนลดทันทีสูงสุด 20% พร้อมผ่อน 0% นาน 4 เดือน หรือผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ต่อที่ 2 แลกคะแนนแทนส่วนลด ,บัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม แลกคะแนนเท่ายอดชำระลดเพิ่ม 13 % ,บัตรเครดิต กรุงศรี และคะแนนเท่ายอดชำระ ลดเพิ่ม 10% ต่อที่ 3 รับเครดิตเงินคืน 5 % บัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัมรับเครดิตเงินคืน 3% สะสมยอดชำระ 1-9,999 บาท/บัตร/วัน รับเครดิตเงินคืน 5% สะสมยอดชำระ 10,000 บาทขึ้นไป/บัตร/วัน บัตรเครดิตกรุงศรี รับเครดิตเงินคืน 5% สะสมยอดชำระ 15,000 บาทขึ้นไป/บัตร/วัน หรือเลือกผ่อนทั้งงาน 0% นาน 10 เดือน เมื่อช้อปรวมกันตั้งแต่ 15,000-300,000 บาท/เซลล์สลิป หรือแลกทุก 1,000 คะแนนเท่ากับ 100 บาท สำหรับบัตรทุกประเภทสุดคุ้ม 3 ช้อปฟรี 500 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 เฉพาะวันจันทร์ -ศุกร์ สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก/วันโดย ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลโดยละเอียดและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2558 ในวันที่ 30 ตุลาคม 2558 เพื่อรักษาประโยชน์ของตนเอง พร้อมกับซักถามผู้บริหารบริษัท ถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนในการประกอบการตัดสินใจด้วย อนึ่งรายการดังกล่าวข้างต้นต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย?ในช่วงปี 2559-2561 ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตในอัตรา 8%-10% ต่อปี โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจจะมาจากการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยและโรงพยาบาลแห่งใหม่ในเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะอยู่ในช่วง 21%-22% โดยคาดว่าผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลใหม่จะปรับดีขึ้นและสร้างกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่ในช่วง 12,000-14,000 ล้านบาทต่อปีคำแนะนำของ ASLซื้อระยะสั้น ปรับตัวมีแนวรับสำคัญ 5.40-5.35 แนวต้าน 5.85 / 6.35 โครงการนี้จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/59 และจะเริ่มรับรู้รายได้ประมาณ 60-70% โดยในช่วงที่ผ่านมามียอดจองเข้ามาแล้วกว่า 10% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่มีอยู่สูง ซึ่ง เอซีซี แลนด์มาร์ค ยังคงมองหาโครงการใหม่ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโครงการนี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ในปีหน้า นายยุทธนา กล่าวแมคควอรี DW28 กล่าวถึงการซื้อขาย DW เช้าวันนี้ว่า ตลาดมีแรงขายในหุ้นพลังงานและธนาคารหลังราคาน้ำมันร่วงแรง และส่งผลให้ Call DW บนหุ้นดังกล่าวปรับตัวลดลง ขณะที่แรงซื้อหุ้นไอซีที หนุน Call DW ปรับตัวขึ้นตาม เช่น ADVA28C1602A +4.7% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +1.3% และ SAMA28C1601A +8.8% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +2.2% ตามลำดับ นายณัฏฐ์ กล่าวเสริมอีกว่า ในงาน โฮมโปร เอ็กซ์โป ครั้งที่ 22 ยังจะมีการเปิดตัวรายการโทรทัศน์ Home MakeOver ครั้งแรกในประเทศไทย ที่จะมาปรับบ้านเปลี่ยนชีวิตที่อยู่อาศัยคุณ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ HOME IMPPROVEMENT CENTER อีกด้วย โฮมโปร จึงตั้งใจทำรายการ Home Makeover ปรับบ้าน..เปลี่ยนชีวิต รายการเรียลลิตี้ เกี่ยวกับการปรับปรุงบ้านที่จะปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิมไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ทาว์นโฮม คอนโดมิเนียมให้สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความสวยงาม เพื่อเติมเต็มความต้องการของทุกคนในครอบครัว จากทีมงานมืออาชีพของโฮมโปร แล้วคุณจะได้เห็นว่า บ้านคุณสวยได้มากกว่าที่คิด ตอบโจทย์มากกว่าที่เป็นขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐลดลงในเดือนต.ค. หลังจากดีดตัวขึ้นในเดือนก.ย. โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลงสู่ระดับ 97.6 ในเดือนต.ค. หลังแตะระดับ 102.6 ในเดือนก.ย.。

Will 2019 see an increased chance for military confrontation in Asia?

Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

In this Friday, April 13, 2018, file photo released by Military News Agency, Taiwan’s President Tsai Ing-wen, second from left, inspects on a Kidd-class destroyer during a navy exercise off the northeastern port of Su’ao in Yilan County, Taiwan. Tsai boarded a navy destroyer to review military drills ahead of planned war games by rival China.

Credit: Military News Agency via AP, File

The 2019 security outlook for Asia, as in past years, is dominated by a number of regional flashpoints that include the Korean Peninsula, the South and East China Seas, as well as the Taiwan Strait, all of which have the potential to trigger a military confrontation. Nonetheless, there appears to be a reduced risk for open military clashes in all of the four cases in the next 12 months.

Simultaneously, 2019 will likely see an intensification of the war in Afghanistan, amid ongoing peace negotiations?and?the suggested withdrawal of 7,000 U.S. troops from the country;?the presidential election scheduled for the spring?may be postponed. Other areas our readers should watch include:?a possible uptick in violence in Jammu and Kashmir as a result of the 2019 Indian general elections (especially in combination with large-scale, ostensibly Pakistani-sponsored terror attacks, which might compel Indian Prime Minister Narendra Modi to retaliate more forcefully in 2019 than in a non-election year), the usual chance of South Asian border disputes getting out of control, ?and increased naval competition between India, China, and Pakistan in the Indian Ocean. Naval competition is especially noteworthy as all three states are in the process of fielding, or already have deployed, nuclear-armed submarines.

Overall, 2019 will see a general diffusion of military capabilities in the Indo-Pacific region without any single state being capable of dominating the region militarily. While China will remain the region’s top military power, it qualitatively still cannot compete with the much smaller South Korean and Japanese militaries, let alone U.S. forces. In turn, the United States is no longer capable of militarily dominating the region as it had during the 1990s and 2000s. Consequently, an uneasy balance of power is expected to prevail in the region.

Flashpoints

First, should North Korea continue to refrain from further testing of nuclear weapons or long-range missiles, 2019 will most likely be dominated by summit diplomacy with North Korean leader Kim Jong Un possibly parlaying face-to-face with Russia’s Vladimir Putin, Japan’s Shinzo Abe, South Korea’s Moon Jae-in, and the United States’ Donald Trump.? Conversely, a major known unknown will be the reaction of the U.S. president once it will become clearer in 2019 that Pyongyang will not relinquish its nuclear deterrent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Second, while the United States, along with its regional allies and partners, will continue to carry out freedom of navigation operations (FONOP)?challenging excessive maritime claims in the South China Sea that will draw the ire of Beijing, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and China are expected to complete the first draft of a South China Sea Code of Conduct in 2019. Following a steady Chinese military buildup in the contested waters over the past years, an uneasy military stalemate will likely continue to hold throughout the next 12 months.

Third, after tensions between China and Japan in the East China Sea spiked in 2012, last year saw a number of Chinese intrusions into Japan’s contiguous marine zone. Yet, the past 14 months have nevertheless seen a marked diffusion of bilateral tensions — a trend expected to continue into 2019. Both countries will push on with the implementation of East China Sea crisis management and communication mechanisms, officially agreed to in December 2017. Chinese President Xi Jinping will also make his first official visit to Japan in June 2019.

Fourth, while China has stepped up its military pressure on Taiwan throughout 2018, including long-range bomber patrols?and naval exercises in close vicinity to the island (the People’s Liberation Army openly seeks readiness to invade Taiwan by 2020), a cold peace between Taipei and Beijing is likely to prevail throughout 2019. Nonetheless, the Taiwan Travel Act, a U.S. law enacted to revitalize reciprocal visits between the U.S. and Taiwan by high-level government officials and signed into law in 2018, as well as a $1 billion U.S. arms package for Taiwan, is bound to increase tensions throughout 2019.

The 2019 Arms Races

All Asian powers are expected to continue their military modernization programs throughout 2019 with six regional states likely making the 2019 top 10 global military spenders’ list. Here are several military hardware developments worth keeping an eye on:

First, India is expected to induct its most advanced nuclear-capable intercontinental ballistic missile (ICBM), the Agni-V,?to date in the first quarter of 2019. With its increased range and accuracy, the introduction of this new weapon system could pose a problem for long-term strategic stability in Asia. India is also expected to conduct its first real nuclear deterrence patrol in 2019. Long term strategic stability could be further undermined by Pakistani efforts to field a submarine-launched cruise missile (the Babur-3) and a medium-range ballistic missile?fitted with multiple independently targetable re-entry vehicles, or?MIRVs.

Second, China will continue to produce units composed of one of the region’s most advanced long-range air defense system, the Russian-made S-400?Triumf?(NATO reporting name: SA-21 Growler)?into service, which will significantly boost the People’s Liberation Army anti-access capabilities, especially around Taiwan. (Taipei, meanwhile, will continue its development of an indigenous submarine force ?as well as push for the sale of F-35Bs.) China’s first domestically designed and built aircraft carrier, the Type 002 (CV-17), could also enter service as early as the fourth quarter of 2019 further boosting China’s blue water navy capabilities. Notably, the next 12 months may also witness the first operational deployment of a hypersonic glide vehicle (HGV), the DF-17, with significant implications for strategic relations in Asia.

Third, Russia is back as a major military power in the Asia-Pacific. In 2019, the Russian Eastern Military District — the military arm responsible for operations across the Pacific — is expected to receive more than 6,240 pieces of new and upgraded military equipment. 2019 will likely see the delivery of the nuclear-powered ballistic missile submarine Knyaz Vladimir, the Russian Navy’s first upgraded Project 955A?Borei II-class boomer, to the Pacific Fleet. ?Russia’s Strategic Missile Forces are also slated to receive their first HGV in 2019. Additionally, the first batch of Sukhoi Su-57 fighter aircraft, Russia’s first indigenously designed and built fifth-generation stealth fighter jet, is expected to be be delivered to the Russian Air Force in late 2019. Finally, Russia is expected to commission its largest nuclear-powered icebreaker in 2019, whose primary mission will be to clear passages for ship traffic on the Northern Sea route, which runs along the Russian Arctic coast from the Kara Sea to the Bering Strait.

Fourth, the air forces of Australia, Japan, and South Korea will also continue to induct their fleets of F-35A Lightning II Joint Strike Fighters in 2019. These aircraft will primarily serve as platforms for long-range air-to-surface/air-to-air standoff missiles. The Diplomat readers should pay special attention to these weapons systems as they will be an important factor in determining the military balance in East Asia and beyond. Other noteworthy developments to keep an eye on in 2019 are bilateral drills involving Japan’s recently stood up Amphibious Rapid Deployment Brigade, South Korea’s continuous development of its?Kill-Chain pre-emptive strike capabilities, and Australia’s SEA 1000 Future Submarine Program.

Another important development to follow will be Japanese deliberations over the procurement of?vertical or short takeoffs and vertical landings F-35Bs and to convert the?Izumo-class of helicopter destroyers into full-fledged aircraft carriers to accommodate the new aircraft. Additionally, readers should pay special attention to Vietnam’s defense deals in 2019. Russia and Vietnam are in final talks over the purchase of 24 Su-35S “Flanker-E” multirole fighter jets — assumed to be delivered in two batches of 12 — with details of the contract reportedly finalized during the visit of Russian Defense Minister Sergei Shoigu to Hanoi in January 2018. Negotiations over the acquisition of two S-400?Triumf? batteries are purportedly also at an advanced stage.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The United States is expected to maintain a similar force posture in the Asia-Pacific as in 2018 with no major changes save for the deployment of an additional three-ship amphibious ready group (ARG) into the region. Additionally, the U.S. will maintain its continuous bomber presence mission as well as its only forward-deployed? Nimitz-class supercarrier, along with no significant increase or decrease of U.S. ground forces in the Asia-Pacific region. Notably, however, the U.S. could quietly begin negotiating with Japan and South Korea over the deployment of future U.S. ground-launched ballistic and cruise missiles on their territories following the termination of the INF treaty, which could make 2019 a particular eventful year for nuclear diplomacy in Asia. 2019 will also likely see the first deployment since 2017 of a Littoral Combat Ship to the region.

While next year will not see a Rim of the Pacific Exercise (RIMPAC), and scaled down Foal Eagle and Key Resolve exercises, The Diplomat readers should follow the first ever tri-services joint exercises between India and the United States in 2019, the first ASEAN-U.S. Maritime Exercise, ?as well as the annual iterations of the Russia-China “Peace Mission” and “Joint Sea” military drills. Interestingly, the 23rd rendition of the Malabar naval exercise, involving aircraft and ships from Indian Navy, the U.S. Navy, and the Japan Maritime Self Defense Force, is expected to take place in Japanese waters for the first time in 2019.

Outlook

Notably, the absence of a single dominating regional military power in combination with the proliferation of advanced military capabilities in the Asia-Pacific region increases the chances of miscalculation when it comes to assessing the costs and benefits of limited war. The Asia-Pacific region will remain the most militarized region in the world in 2019. The three largest defense budgets in the world are in countries with significant military assets in the region:?the United States, China, and Russia.

This should not distract from the optimistic outlook that 2019 will likely see a reduced risk for military confrontation. The Diplomat readers should, however, keep in mind: Despite our best efforts, the next major military confrontation in the Asia-Pacific, like most military conflicts, will almost certainly come as an apparent surprise and when least expected.

Franz-Stefan Gady is a Senior Editor with the The Diplomat and Senior Fellow with the East West Institute. He tweets @hoanssolo.?